วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอสารภีเริ่มแล้วววว!!!



เสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553 เป็นวันเสาร์แรกที่เริ่มโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตปีที่ 15 ครั้งที่ 1
พระสงฆ์พร้อมศรัทธาญาติโยมมาทุกวัดในอำเภอสารภี

เวลา 18.00 น. บรรดาพระสงฆ์พร้อมญาติโยมก็ทยอยมาที่วัดสารภี ซึ่งได้จัดสถานที่ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ฝนตกตั้งสองยก เช็ดเก้าอี้นับพันตัวสองครั้ง เหนื่อยกันไม่ใช่น้อย (ประมาณห้าพันตัว)

20.00 น. เปิดพิธีโดยนายอำเภอมงคล สุกใส
จากนั้นก็สวดมนต์ ตอบปัญหาธรรมะ แจกรางวัล ถวายสังฆทานแล้วก็กลับกัน

โชคดีที่ฝนไม่ตก........

งานนี้เป็นครั้งแรกของปีนี้ คนเลยเยอะเป็นพิเศษ มีแต่รอยยิ้ม แผนกต้อนรับก็ยกมือไหว้กันตั้งแต่หน้าวัดเลยทีเดียว










แผนกต้อนรับ.....
กระแสธรรมะที่หลั่งไหล เอิบอาบสู่หัวใจพุทธศาสนิกชน ยังความร่มเย็นดีแท้... อย่าลืมลมหายใจที่เข้าออกอยู่ตลอดเวลา อยู่กับปัจจุบัน ไม่พะวงถึงสิ่งที่ผ่านมา หรือกังวลสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ไข้เลือดออกที่รายงานเคสเพิ่มขึ้น...ฝนที่ยังตกไม่หยุด ตัวชี้วัดที่ต้องเก็บส่งเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน โครงการที่ต้องเร่งรีบทำก่อนสิ้นปีงบประมาณ ไหนจะผู้ร่วมงานขาดหายไปจากภาวะเจ็บป่วย อีกคนก็ลาพักผ่อนอ่านหนังสือไปสอบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตนเองที่ต้องสนับสนุน ช่างเถอะ...หายใจเข้า...พุทธ....หายใจออก...โธ พรุ่งนี้ยังไม่มาถึง ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อนนะ.........
รับไหว้.... เด็กๆแจกน้ำ...(น่าชื่นชม)

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บริการ ๆ งานที่พวกเราทำ....

Oh no! ไม่ใช่เฉพาะงานบริการในศสช.นะคะท่านผู้อ่าน เรายังมีงานที่นำเสนอให้ทราบว่า ศสช.เราทำอะไรไปบ้าง แล้วก็ได้โปรด.... พิจารณาหน่อยนะคร้า ว่า ..Why are we tired? cheer up, please.

19 ก.ค. 53  งานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการอสมช.เบาหวานค่ะ ทำร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มช.

ห้องประชุมเล็กมาก แต่สบายๆ ผอ.รพ.เปิดงานให้ค่ะ
แล้วอาจารย์จากคณะพยาบาลฯเป็นวิทยากร


ฝึกปฏิบัติเจาะเลือดอย่างผู้เชี่ยวชาญ


26 ก.ค. 53 อีกงานค่ะ ไข้เลือดออก




อสม.ร่วมใจเอกซเรย์พื้นที่ตามล่าหาลูกน้ำยุงลายค่ะ



แจกพันธุ์ต้นตะไคร้หอม...ปลูกกันยุง  หวังผลปีหน้า.....


แจกปลาหางนกยูง


วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อบรมโยคะสำหรับประชาชนตำบลสารภี

เวลา 17.30 น. มีการอบรมโยคะโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้และสสส.นำสู่เทศบาลตำบลสารภีชื่อว่าโครงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชนและครอบครัวตำบลสารภี ปรากฎว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ผู้ที่ลงชื่อไม่ทันมาลงหน้างานกันจนจำนวนคนมากกว่าจำนวนเบาะ บางคนที่ติดประชุมมาไม่ทันก็ถูกจับจองเบาะไปแล้ว คาดว่าถ้าเจ้าตัวมาคงเกิดปัญหาแย่งเบาะกันอีกแน่ เลยบอกไว้ก่อนว่าวันจันทร์ผู้ที่ลงชื่อไว้น่าจะมาครบถ้วน ต้องขอคนมาทีหลังให้สิทธิคนมาก่อน ก็ไว้ดูกันต่อไปก่อนเน้อ บางคนที่มาอาจไม่สู้ต่อก็ได้
แต่ PCU เป็นแม่งานเหมือนกันนี่สิ ข้าเจ้าต้องอยู่จนงานเลิกทุกวันเหรอเนี่ย เพราะต้องรับผิดชอบห้องประชุม Oh my God !!! แต่ไม่มีที่ให้ฝึก แงๆๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

มหกรรมตลาดนัดสุขภาพ สุขภาพดีวิถีไทยปี 2

     และแล้วก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี สำหรับปีนี้ เตรียมงานกันหลายเพลา เครียดพอดูจน apthous ulcer ขึ้นเต็มปาก ตั้งแต่เรียกประชุมโซน มาบ้างไม่มาบ้าง ประชุมทาง skype ก็แล้ว ทางโทรศัพท์ก็แล้ว จนสุดท้ายยางเนิ้งส่งตัวแทนมาสองคน มานั่งคุยกันถึง"เป๋นน้ำแล้ว" แบ่งงานกันเสร็จสรรพ เอาเงินให้คนรับผิดชอบไปจัดการ งานนี้ยางเนิ้งจัดการให้ค่อนข้างเยอะ ต้องขอบคุณจริงๆ โดยเฉพาะ "หมอหม่วย กับหมอเพ็ญพร" เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง วานนี้ก็มาช่วยกันเตรียมสถานที่ หนองแฝกมา 1 คน ยางเนิ้ง 2 คน สารภีไปหมดทั้งฝ่าย 5 คน เช้านี้ต่างฝ่ายต่างช่วยตัวเอง ไม่ได้ดูตำบลอื่นเลย พี่เลี้ยงอันได้แก่ พี่โหน่ง พี่ปุ้ย น้องยุ น้องน้อย มาพร้อมหน้าช่วยเตรียมป้ายไวนิลอย่างแข็งขัน ผอ.รพ.ในฐานะประธาน คปสอ.มาเปิดงาน เสร็จก็ "หมอเบญ" ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง อารมณ์ดี ชีวีมีสุข ห่างไกลโรคเบาหวานความดัน" ผู้เข้าร่วมได้ทำกิจกรรมสนุกสนานกันถ้วนหน้า
     หลังจากนั้นก็สาธิตการออกกำลังกายจากชมรมสร้างเสริมสุขภาพตำบลต่าง ๆ โดยขณะที่มีการสาธิตบนเวที ข้างล่างเวที ทั้งนักศึกษาคณะเภสัชฯ อาจารย์ หมออนามัย กลุ่มเสี่ยงที่มาร่วมงาน อสม. ต่างออกกำลังกายสุดสวิงริงโก เป็นที่ชื่นชมแก่ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
แล้วก็เป็นการเข้ารับความรู้ฐานต่าง ๆ ทั้งอาหาร ออกกำลังกาย ความรู้เรื่องโรค ตอบปัญหาชิงรางวัล ไข่ นม ผลไม้ บางคนเทียวไปตอบได้ไข่กลับบ้านไปไม่ใช่น้อย

งานนี้มีอาหารกลางวัน ข้าวห่อให้กลับบ้าน อิ่มหมีพีมันแล้วอย่าลืมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยนะคะ จะได้สุขภาพดี ไม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมให้งานสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะทีมงาน PCU ที่งานนี้ขอ  บอกว่า เต็มที่จริงๆ โดยเฉพาะน้องเคที่แบกโซฟาคนเดียว เหงื่อไหลไคลย้อย ขอให้สุขภาพแข็งแรงๆนะจ๊ะ

 หากมีงานหน้าให้หนองแฝกเป็นเจ้าภาพโตยเน้อ อิอิ

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ไข้เลือดออกรายแรกปี 53

ในที่สุด หน้าฝนก็มาถึงพร้อมกับโรคไข้เลือดออก
หมู่ 3 ต.สารภี เป็นหมู่บ้านที่ครองแชมป์ไม่มีไข้เลือดออกมาหลายปี ในขณะที่หมู่บ้านอื่น ๆรายรอบเป็น แต่หมู่ 3 ก็ยืนยงคงกระพันมาได้ แต่ปีนี้กลับเสียแชมป์เป็นหมู่แรกของปีนี้ ทั้ง ๆที่ อสม. work มั่กๆคะ เข้ากับสัจธรรมที่ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (หุ หุ เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย)

เอาเถอะ ไหนๆมันก็เป็นไปแล้ว อสม. สู้ๆ ขณะเจ้าหน้าที่ลงสอบสวนโรค อสม.ทุกหมู่บ้านก็มาควบคุมดูแลภาชนะน้ำขัง พ่นหมอกควัน ครึกครื้นกันเป็นอันดี

ฝากเตือนประชาชนตำบลสารภีทุกท่านด้วยนะคะ ปีนี้ขออย่าทะลุเป้าเลย สาธุ _/\_

ไม่อยากให้เป็นแบบนี้อีกค่ะ  (ไม่อยากออกกลางคืน.....)


สถานการณ์โรคไข้เลือดออก


จำนวนผู้ป่วยสะสม DHF+DF+DSS ณ วันที่ 11 พ.ค. 2553 (สัปดาห์ที่ 18)
1จำนวนผู้ป่วย (ราย)15,047ราย
2จำนวนผู้ป่วยตาย (ราย)18ราย
3อัตราป่วยต่อแสนประชากร23.64 
4อัตราตายต่อแสนประชากร0.03 
5อัตราป่วยตาย (ร้อยละ)0.12
ในปีนี้สภาพอากาศร้อนเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าห่วง คือ โรคไข้เลือดออก ซึ่งมีสาเหตุจากยุงลาย มีข้อมูลการศึกษาทางวิชาการพบว่าขณะนี้ตัวลูกน้ำยุงลายจะกลายเป็นตัวยุงเร็วกว่าอดีตที่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน ก็เหลือประมาณ 5 วัน จะทำให้ปริมาณยุงตัวโตเต็มวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกในปี 2553 พบว่าโรคมีสัญญาณอาจเกิดการระบาดในปีนี้ได้ เน้นย้ำให้กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุก 7 วัน



วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เรื่องจากที่ประชุมอสม.

วันนี้วันดีค่ะ อสม.พร้อมหน้ามาประชุมที่ห้องประชุมโรงพยาบาลสารภี
ก่อนประชุมมีโอกาสได้ไปนั่งฟัง อสม.แสดงความรู้สึก
หลายคนท้อแท้กับการเป็น อสม.
" เงินเดือนที่ได้ 600 บาท มันไม่คุ้มกับการที่ต้องทำงานอย่างหนักเลยนะหมอ..." "บางทีกำลังจะตั้งน้ำทำกับข้าวให้ลูกกับผัวกิน หมอมาเอิ้นไปส่งเยี่ยมบ้านหน่อย ก็ต้องดับไฟไปส่งหมอก่อน" "ยังต้องเก็บขี้เต้อ(เสมหะ)แฮ๋ม หมอที่อบรมเปิ้นบอกถ้ายังไม่ไปส่ง เอาไว้ในตู้เย็นก่อนก็ได้ ผัวบอกถ้าเอามาไว้ในตู้เย็น เฮาเลิกกั๋นเลย ถ้าบ่อั้นก็เลิกเป๋น อสม.ไปเลย....."

ฟังแล้วก็อดที่จะเห็นใจและหดหู่ใจไม่ได้ เราทำให้คนที่มีจิตอาสามาทำงานให้ชาวบ้านเดือดร้อนหรือนี่

"บางทีนะ หมอนัดชาวบ้านมาเวลาบ่ายโมง แต่สองโมงสามโมงหมอก็ยังไม่มา....ชาวบ้านก็โกรธ อสม.ว่าให้มารอ เขาก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน...."

สำหรับงานที่ตามมาอีกเรื่อย ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี นักศึกษามหาวิทยาลัยลงฝึก ลงทำวิจัย มีงานที่เพิ่มเติมมาจากงานที่ต้องทำอยู่แล้ว ก็เหมือนกับเราซ้ำเติมความเดือดร้อนให้เขาอีก จากการที่เราตั้งหน้าตั้งตาจะเก็บผลงานจาก อสม. เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้น หรือมีใครได้ยินเสียงที่ดูเหมือนจะพยายามบอกเราทั้งๆที่เกรงอกเกรงใจอย่างล้นเหลือกันบ้างไหม หรือจะปล่อยให้เสียงเหล่านี้เลือนหายไปพร้อมกับคำว่า "ขอข้าเจ้าลาออกเต๊อะหมอ..."

สะเทือนใจมากนะ....  ถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างไร? จะรู้สึกอย่างไร?

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทำบุญกับพระภิกษุณีที่นิโรธาราม

วันพืชมงคลปีนี้ตรงกับวันพระ ชมรมจิตวิวัฒน์โรงพยาบาลสารภีได้ไปทำบุญที่สถานปฏิบัติธรรมนิโรธาราม มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลนำทีม
ไปถึงก็เข้ากราบพระภิกษุณีรุ้งเดือน ซึ่งก็เมตตาบรรยายธรรม อริยสัจ 4 ในเวลาอันสั้นแต่ได้เนื้อความครบ จากความรู้ทางธรรมอันริบหรี่ของ จขบ. พอสรุปได้ดังนี้
 คนเราเกิดมาก็มีทุกข์จากการไม่ได้ของรักของที่พอใจ ทุกข์จากการพลัดพราก การร่ำไรรำพัน ความคับแค้นใจ โดยมีสาเหตุแห่งทุกข์ คือ จิตใจที่เพลิดเพลิน ท่านสอนว่า "จงทำงานด้วยความพอใจหรือฉันทะ แต่อย่าติดใจเพลิดเพลิน" "จงทำงานด้วยความสุข หรือปิติ แต่อย่าติดใจเพลิดเพลิน" ซึ่งการปฏิบัติที่แสดงว่าละความติดใจเพลิดเพลินแล้วคือ ศีล ถ้าถือศีลได้ก็แสดงว่าละความติดใจเพลิดเพลินได้แล้ว เช่น เราปิ๊งคนที่มีเจ้าของแล้ว แต่เราถือศีลข้อ 3 เราไม่ไปพัวพันกับคนคนนั้น ก็แสดงว่าเราไม่ไปติดใจเพลิดเพลินต่อ และถ้าเราเฝ้าดูจิต  ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เราก็จะพ้นทุกข์ได้


ชัดเจนมั้ยคะ แค่เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสามารถสรุป อริยสัจ 4 ได้อย่างที่เราๆ คนยังไม่พ้นโลกเข้าใจได้ เนี่ยนะ ถ้าเราได้ศึกษาจริงๆจังๆ อาจออกบวชตามก็ได้นา อิอิ


วันที่ 16-18 กรกฎาคม 2553 อย่าลืมมาปฏิบัติธรรมและฟังธรรมจากครูบาอาจารย์ที่โรงพยาบาลสารภี เด้อเจ๊า จะอยู่ปฏิบัติธรรมทั้งคืนก็ได้มีที่นอนอย่างดีที่ PCU เจ๊า

ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่สาธุชนทั่วหน้า


สวัสดีเจ๊า

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

การจัดการความเครียด

งานสุขภาพจิต จัดประชุมเรื่อง Stress management เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2553 PCU มีผู้เข้าร่วม 3 คน กลับมาเลยให้เล่าให้ฟังว่าเป็นไงมั่ง สรุปแล้วก็หนักไปด้านกิจกรรมคลายเครียด พอตั้งคำถามวิธีการคลายเครียดของแต่ละคน พบว่า เคซึ่งเป็นน้อง(หลาน)คนสุดท้อง บอกว่า วิธีการคลายเครียดของเขาคือ เดินไปเดินมา ทำนู่นทำนี่ก็จะผ่อนคลายได้ พี่ต้อยบอกว่า อ่านหนังสือ(นิยาย) ฟังเพลง ดูหนัง พาครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศ ส่วนพี่น้อยบอกว่า ทำสมาธิสวดมนต์ รดน้ำต้นไม้


น่าสนใจตรงที่ว่า วัยที่แตกต่างกันจะมีวิธีการคลายเครียดต่างกัน รุ่นเคจะเป็นวัยรุ่นการคลายเครียดจะเป็นด้าน Physical มากกว่า ส่วนพี่ต้อยวัยทำงานก็จะเน้นหนักด้านครอบครัวและส่วนตัว ในขณะที่พี่น้อยที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่(ตอนเกือบปลาย อิอิ)จะเน้นด้านจิตวิญญาณ จากสิ่งที่ค้นพบวันนี้เป็นแนวทางในการ approach ผู้ป่วยที่มีความเครียดได้ว่า ควรแนะนำการจัดการความเครียดให้เหมาะสมกับวัย จะช่วยผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

KM ที่ไม่ใช่ MK

        เมื่อวาน(ส. 3 เม.ย. 53)ไปฟังอ.ดร.ไพฑูรย์  ช่วงฉ่ำ บรรยายเรื่องการจัดการความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ได้อะไรมาเยอะมาก ฟังๆแล้วสิ่งที่เราทำไปมันคือ KM ชิมิ แต่เรียบเรียงไม่เป็น AAR ก็เคยทำ เช่น ตอนรณรงค์ตรวจมะเร็งปากมดลูกหลังเสร็จงานเราก็มานั่งคุยกันว่ามีปัญหาการทำงานแต่ละขั้นตอนอย่างไร เราวางแผนว่าจะแก้ไขอย่างไร บันทึกไว้แล้วนะ แต่ขอไปค้นก่อนนะ มันน่าจะเป็นชุดความรู้อีกอันหนึ่งได้ ก็ดีนะถ้าเราจะเก็บไว้บนเวปบล็อกนี้ ทุกทีก็บ่นบ้าไปเรื่อย เอาใหม่ดีกว่านะ รอสมองปลอดโปร่งก่อนเน้อจะมาเขียน อิอิ ตอนนี้ขอไปเรียบเรียงนวัตกรรมที่จะส่งเข้าประกวดหน่อย
       อันที่จริงนวัตกรรมที่ได้ก็มาจากการจัดการความรู้นะแหละ เพราะก็มาจากปัญหาหน้างาน ทบทวนตัวชี้วัดแล้วถึงมาวางแผนแก้ปัญหา ได้ผลลัพธ์ก็สรุปบทเรียนว่าจะทำยังไงให้ยั่งยืน จากนั้นจึงเผยแพร่เป็นนวัตกรรมนี่ไง นี่ก็จะเป็นชุดความรู้อีกอันที่จะบันทึกในคลังความรู้
        เก่งแต่ข้างนอก เวลาอาจารย์ถาม "ดักแซ้บ" เน้อ พี่น้อง.....



วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

จิตอาสาใน PCU

จิตอาสา คือ ผู้ที่มีจิตใจที่เป็นผู้ให้ เช่น ให้สิ่งของ ให้เงิน ให้ความช่วยเหลือด้วยกำลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเป็นการเสียสละ สิ่งที่ตนเองมี แม้กระทั่งเวลา เพื่อเผื่อแผ่ ให้กับส่วนรวม...อีกทั้งยังช่วยลด "อัตตา" หรือความเป็นตัว เป็นตน ของตนเองลงได้บ้าง PCU เรานับว่ามีทุนทางความร่วมมือ(Collaboration capital) ชาว PCU เรามีความคิดที่ช่วยเหลือผู้อื่น มีีความสุขที่ได้ช่วยเหลือ โดยเราแข่งกันทำความดี และนำมาชื่นชมกันและกัน นับเป็นสิ่งที่ดีขององค์กรเล็ก ๆนี้
วันนี้เราได้รับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่เคยมารับยาทาClobetasole มาตลอดหลายครั้ง ผู้ป่วยเบิกได้ มารับยาที่ PCU สะดวกดี ปกติก็จ่ายให้ แต่อาทิตย์ที่แล้วเกิด "มึ้ง"ขึ้นมาว่า ครีมตัวนี้เป็น steroid ใช้นาน ๆอาจมีผลเสียกับผู้ป่วย ตอนนี้อาการก็ดีขึ้นแล้ว เลยค้น internet ดูแล้วให้ผู้ป่วยดูด้วย บอกกับคุณลุงว่า "คุณลุงคะ เราใช้ยาตัวอื่นดูมั้ยคะ ลองค่อยๆลดการใช้ยาตัวนี้ ลองใช้TA ดูก่อน ถ้าเป็นยังไงคุณลุงกลับมา ตรวจนะคะ" ปรากฎว่า คุณลุงกลับมาจริง ๆ ด้วย คราวนี้ผื่นขึ้นมาอีก เขียนใบ refer ส่งไปให้คุณหมอสุนีย์ตรวจ น้องเคอาสาพาไปส่ง OPD คุณหมอ refer ต่อไป รพ.มหาราชฯพบแพทย์ผิวหนัง คุณลุงกลับมาบอกว่า "ไม่อยากไปมหาราชฯ เคยไปตรวจกับหมอผิวหนังที่ลำพูนแต่แพงมาก เบิกก็ไม่ได้" น้องต้อยเลยให้ทางเลือกว่า "ไปตรวจศรีพัฒน์มั้ยคะ เสียเฉพาะค่าหมอ ค่ายาเบิกได้" น้องต้อยโทรศัพท์ติดต่อศรีพัฒน์ถามแพทย์ผิวหนังออกตรวจวันจันทร์กับพฤหัสฯบ่าย เลยบอกคุณลุงไปวันนี้เลยก็ได้ คุณลุงขอบอกขอบใจใหญ่ที่มีทางเลือกมาอีกทาง บอกจะไปวันนี้แล้ว

ความดีเหล่านี้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงคนในองค์กรเราให้มุ่งมั่นที่จะทำความดีขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยคะแนนความพึงพอใจจากผู้ป่วยที่เราได้รับก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเป็นประจักษ์พยานว่า "ทำดีได้ดี"

แต่สิ่งที่เราต้องปรึกษาผู้รู้และหาแนวทางแก้ไขต่อไปคือ การ RM (Re med) โรคสะเก็ดเงินต้องมี criteria อย่างไร และในระดับปฐมภูมิเราทำได้แค่ไหน เพราะบางครั้งผู้ป่วยก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาล
ขอเชิญผู้รู้ชี้แนะค่ะ

เรื่องอยากเล่า

สัปดาห์ที่ผ่านมา PCU เรามีการประเมินมาตรฐานสุขศึกษาสถานบริการระดับปฐมภูมิ
งานนี้เราเตรียมพร้อมเต็มที่ค่ะ... อสม.เราก็ช่วยเต็มที่ ตอบคำถามกันแบบไม่ออมคำตอบเลย อิอิ
ก่อนหน้าหนึ่งวัน เราลองเปิดสไลด์ฉายดูก่อน เพราะไปยืมเครื่องมาจากCMU ท่าวังตาลมาเลยต้องลองใช้ก่อน(อันนี้เป็นความเสี่ยงมั้ยคะ ผู้จัดการความเสี่ยง ที่เครื่องของ รพ.ไม่พร้อมใช้ เนื่องจากสีเพี้ยน ภาพออกมาไม่สวยสมจริง เลยต้องไปยืมที่อื่น แถมจอก็เอียง ขนาดผอก.รพ.ช่วยปรับยังเอียงอยู่เลย)
หลังการประเมินให้ปรับบางองค์ประกอบส่ง น่าจะผ่านนะ ผู้รับผิดชอบ(น้องต้อย)ทุ่มเต็มที่ค่ะ งานนี้


วันที่ 24 มี.ค. นัดผู้ป่วยฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ขลุกขลักนิดหน่อยตอนต้น ๆ เพราะไม่ได้แจกงานกันแต่ก็ปรับกันเล็กน้อยจนราบรื่น งวดหน้าแก้ตัวใหม่นะคะ อสม.ช่วยเหลือดีมากงานนี้




วันที่ 25 มี.ค. คลินิกเบาหวานบริการถึงบ้าน วันนี้น้ำตาลลดหลายคน  บางคนทานสมุนไพรร่วมด้วย ชักห่วงภาวะ hypoglycemia มีนักศึกษาเภสัชออกให้ความรู้ด้วย


วันที่ 28 มึ.ค. เปิดโครงการรณรงค์ต่อสู้เอาชนะไข้เลือดออกปี 2553 เริ่มต้นไวหน่อยจะได้ควบคุมได้เต็มที่


วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

วัน อสม.

 เป็นวันพิเศษอีกวันหนึ่งที่ชาวสาธารณสุขให้ความสำคัญกับภาคีเครือข่ายของเรา
(เป็นอีกวันที่ต้องออกจากบ้านในวันหยุด ที่เป็นปกติของการทำงานชุมชน)
พี่น้อง อสม.สารภีและชมรมผู้สูงอายุภูมิใจเสนอการออกกำลังโดยการฟ้อนเจิงร่วมกัน




เห็น อสม. สารภีนั่งกันหนาแน่นแล้วก็อดชื่นชมในความพร้อมเพรียงกันไม่ได้
แต่...พอนายอำเภอเปิดงานแล้ว ดูการแสดงของสารภีกับขัวมุง จากนั้นก็มอบเกียรติบัตร
อสม.ก็เริ่มทยอยกลับ ...แป่วว!!!


อ้อ! ไม่ได้ไปไหนค่ะ  ไปตั้งหลักที่โรงพยาบาลค่ะ
อสม.จัดผ้าป่าหาเงินให้ปรับปรุงศูนย์สุขภาพชุมชนของเราค่ะ


ช่วยกันนับเงินค่ะ งานนี้ขอความร่วมมือจากทุกหลังคาเรือนในตำบลสารภี ขอตำบลอื่นไม่มากนัก แต่ละฝ่ายในโรงพยาบาลก็ร่วมด้วยช่วยกัน นับเป็นความร่วมมือร่วมใจกันอย่างแท้จริง


อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ
จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน




งานนี้นับได้คร่าวๆ สามหมื่นกว่าบาท พอใช้หนี้ให้ศูนย์สุขภาพชุมชนเราไปได้ อิอิ ยังเหลือพอปรับปรุงให้บรรลุวัตถุประสงค์เบื้องต้นได้อีก ที่เหลือปีหน้าเทศบาลอาจกรุณาช่วยเหลือต่อไป(นายกฯรับทราบค่ะ... เลขาบอก ขอบคุณล่วงหน้านะคะ)


ผ้าป่า อสม.เราปลอดเหล้า ไม่มีการสังสรรค์ เลี้ยงแต่ขนมจีน ดังนั้นหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นออกแล้ว เงินที่ทำบูญมาก็เป็นการทำบุญตามวัตถุประสงค์จริงๆ ส่งข่าวให้ผู้ทำบุญอนุโมทนาได้เต็มที่ค่ะ วันนี้เป็นวันเสาร์ห้าด้วย ใครทำบุญวันนี้จะได้ผลานิสงส์อย่างมากเลยนะคะ



ขออำนาจแห่งบารมีธรรมและผลานิสงส์แห่งผลบุญจงเป็นพลวัตรปัจจัยให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ และความสำเร็จบรรลุเป้าหมายดังใจประสงค์ทุกประการเทอญ





วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

เปิดคลินิคชุมชนตำบลสารภี


ขาดการ up blog ไปนาน มีอะไรๆใหม่ ๆ เข้ามาตั้งหลายอย่าง
ตั้งแต่เปิดคลินิคนอกเวลาที่สนับสนุนงบประมาณโดยเทศบาลตำบลสารภีที่สวยเช้ง น่าอยู่
เปิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 โดยปลัดอาวุโสของอำเภอสารภี
มีการแสดงฟ้อนเจิงของชมรมผู้สูงอายุร่วมกับ ชมรมอสม. ที่พร้อมเพรียงกันจนต้องร้อง
" Amazing!!!" เนื่องจากซ้อมกันคนละหมู่บ้าน พอมาฟ้อนด้วยกันก็พร้อมเพรียงกันจนน่าประหลาดใจ แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะอยู่คนละชมรม คนละหมู่บ้าน แต่เมื่อเป็นคนสารภีด้วยกันก็มีความสามัคคีกันเป็นอันดี ยังความชื่นชมให้แก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง